Connected to MySQL
Resource id #8nhrc_data สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ - National Human Rights Commission of Thailand


เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกร้อง กสม. กรณีเหตุการณ์โรงงานระเบิดในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด

เมื่อวันที 15 พฤษภาคม 2555 เวลา 13.30 น. แห่งชาติ ณ ห้องประชุม 708 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกนำโดย นายสุทธิ อัชฌาศัย เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน กรณีการเกิดระเบิดและเพลิงไหม้ บริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ จำกัด ภายในนิคมอุสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง เมื่อวันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2555 และกรณีก๊าซรั่วภายในโรงงานของ บริษัท อดิตยา เบอร์ล่า เคมิคัลล์ จำกัด เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2555 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยมีนายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นผู้รับหนังสือร้องเรียนดังกล่าว ทั้งนี้ นายสุทธิ กล่าวว่า ทางเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ขอเสนอมาตรการเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ต่อกรณีอุบัติภัยสารเคมี ดังนี้ 1. ขอให้เปิดเผยข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างโปร่งใสต่อสาธารณชน เช่น มูลเหตุการจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บที่เป็นจำนวนแท้จริง 2. ให้รัฐบาลและโรงงานอุตสาหกรรม นำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2553-2557 มาบังคับใช้ให้เกิดการปฏิบัติอย่างจริงจัง 3. เร่งฟื้นฟูและบำบัดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบในด้านต่างๆ เช่น สิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัยและสังคม 4. สร้างระบบการชดเชย การเยียวยาอย่างเป็นระบบและเป็นธรรม ต่อผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม เช่น การชดเชยสวัสดิการแก่ผู้เสียหายโดยตรง ผู้ได้รับผลกระทบทางอ้อม กลุ่มอาชีพต่างๆ อย่างประมงพื้นบ้าน 5. ให้ดำเนินคดีทางกฎหมายต่อหน่วยงานที่กระทำผิดฐานละเลย 6. จัดทำประกาศผังเมืองรวมอย่างมีประสิทธิภาพ จัดทำแนวกันชนและแนวป้องกัน 7. จัดทำบัญชีถือครองวัตถุอันตราย บัญชีการระบายมลพิษ และแจ้งข้อมูลให้ประชาชนหน่วยงานสาธารณสุขรับทราบ พร้อมกับจัดอบรมจัดการเรียนรู้ด้านสารเคมีต่อชุมชนที่มีแหล่งกำเนิดมลพิษ 8. เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการไตรภาคีที่จะทำการตรวจสอบโรงงานทั้งหมดต่อสาธารณะรวมถึงกำหนดภาระหน้าที่ที่ชัดเจน 9. ทบทวน ระงับนโยบายการลงทุนอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ทั้งในนิคมและนอกนิคมอุตสาหกรรมภายในประเทศไทย นายแพทย์นิรันดร์ฯ กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เป็นการละเมิดสิทธิในการมีชีวิตและสิทธิในการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ความปลอดภัย ซึ่งการร้องเรียนในวันนี้จะเป็นบทเรียนอีกบทหนึ่งของกรณี มาบตาพุด ซึ่งถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องเร่งดำเนินการ โดยจะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเพื่อให้เปิดเผยข้อมูลและข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ประชาชนได้รับความจริง ทั้งนี้ในเหตุการณ์ดังกล่าวผู้ได้รับผลกระทบจะต้องได้รับความยุติธรรม และจะต้องมีผู้รับผิดชอบในเหตุผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษเพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง และจะต้องคิดหามาตรการชดเชยและเยียวยาอย่างไรเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โดยอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากรจะเป็นผู้เข้าไปตรวจสอบ